HINO เชื่อเศรษฐกิจปี 2559 เติบโต เล็งเป้าส่วนแบ่งตลาด 45%

HINO เชื่อเศรษฐกิจปี 2559 เติบโต เล็งเป้าส่วนแบ่งตลาด 45%

ค่ายฮีโน่ เชื่อแผนบริหารของรัฐบาลทำให้เศรษฐกิจปี 59 เติบโต เหตุแผนเมกะโปรเจกต์กำลังเดินหน้า ส่งผลให้รถใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้างมียอดขายพุ่งในไตรมาตร 3 มั่นใจได้ส่วนแบ่งตลาดถึง 45%
 
คุณอำนวย พงษ์วิจารณ์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้ แผนเมกะโปรเจกต์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของทางรัฐบาลได้เริ่มดำเนินการแล้ว ซึ่งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต้องเติบโตตามไปด้วย 
 
โดยเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่วางไว้คือจะต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มรถใหญ่ให้ได้ถึง 45% และรุ่นเด่นของฮีโน่ ที่จะทำยอดขายได้มากสุด คือ รถบรรทุกดัมพ์ทั้งตอนเดียวและสองตอน รวมไปถึงรถมิกเซอร์ ซึ่งต้องใช้ในการลงทุนเพื่อการก่อสร้าง
 
“สำหรับรถรุ่นใหม่คือ 500 วิกเตอร์ เป็นรุ่นที่สามารถทำยอดขายได้มากที่สุดในปีที่ผ่านมา เพราะสามารถใช้งานได้ทั้งงานขนาดกลางและงานหนัก ทำยอดขายได้มากถึง 60% จากยอดขายรถทุกรุ่นของบริษัทฯ และรุ่นนี้ยังถือเป็นรถธงที่จะทำตลาดในปีนี้ต่อไป”
 
ในด้านของรถบรรทุกดัมพ์นั้น ถือว่าเป็นรถที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มลูกค้าได้เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่สำหรับรถมิกเซอร์นั้น ได้ถูกรถใหญ่ทั้งจากจีนและอินเดียได้แย่งกลุ่มลูกค้าไปเป็นอย่างมาก เพราะใช้กลยุทธ์จำหน่ายในราคาที่ถูกกว่า พร้อมส่งมอบได้ในเวลาที่รวดเร็ว แต่ทางบริษัทฯ ได้ใช้วิธีการที่จะทำยอดขายคืนมาด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มลูกค้าว่า รถมิกเซอร์ของฮีโน่ เป็นรถที่มีคุณภาพสูง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถทำให้บริษัทฯ มีกำไรได้ในช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน
 
ส่วนยอดขายรวมทุกยี่ห้อในปี 2558 ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้ประมาณ 2.8 หมื่นคันเท่านั้น โดยทางฮีโน่ ทำยอดขายได้ประมาณ 1.2 หมื่นคัน มีส่วนแบ่งตลาดเพียงแค่ 42% ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้เพราะมีสาเหตุด้วยกัน 2 ประการ คือ รถรุ่นใหม่คือรุ่น 500 วิกเตอร์ ที่เปิดตัวไปเมื่อประมาณปลายไตรมาตร 3 ของปี 2558 ไม่สามารถเปิดตัวพร้อมกันได้หมดทุกรุ่น ต้องทยอยการเปิดตัวจนสามารถทำตลาดได้หมดในปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สาเหตุที่ 2 คือ ดีลเลอร์ทุกแห่งทั่วประเทศประมาณ 80 แห่ง ต้องขายรถรุ่นเก่าให้หมดก่อน ทำให้รถรุ่นใหม่ไม่มีการส่งเสริมการขายมากนัก