Mercedes-Benz เปิดตัว ยนตรกรรมเอสยูวีรุ่นล่าสุด The new GLC

Mercedes-Benz The new GLC

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉมสุดยอดยนตรกรรมที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอของรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีให้ครบครันมากยิ่งขึ้น อย่าง The new GLC รถยนต์สปอร์ต เอสยูวี สมรรถนะทรงพลัง ที่ผสมผสานความปราดเปรียว เข้ากับความดุดันในสไตล์ ออฟโรด ที่นำเสนอใน 2 ดีไซน์ ได้แก่ The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD ที่มาในราคา 3,790,000 บาท และ The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ในราคา 4,090,000 บาท ณ ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมในกลุ่มตลาดรถยนต์หรู บริษัทฯ จึงยังคง ไม่หยุดนิ่งที่จะนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” เพื่อสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ผ่านการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันทันสมัยให้แก่กลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายนี้ บริษัทฯ ได้เดินหน้าให้ความสำคัญกับรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีมากขึ้น ผ่านการนำเสนอรถยนต์สปอร์ต เอสยูวี ใน 2 ดีไซน์ ได้แก่ The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD และ The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ที่ผสมผสานความดุดัน ความสะดวกสบาย หรูหรา พร้อมเทคโนโลยีระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้อย่างลงตัว ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวนี้ นับเป็นสมาชิกลำดับที่ 6 ในกลุ่มรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตระกูลเอสยูวีที่เข้ามา เติมเต็มพอร์ทโฟลิโอนี้ให้มีความหลากหลาย และครบครันมากยิ่งขึ้นโดยที่กลุ่มเป้าหมายหลักของรถยนต์ประเภทนี้คือกลุ่มหนุ่มสาว และครอบครัวยุคใหม่ที่ชื่นชอบความสปอร์ต และท้าทายในทุกการขับขี่ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการความสะดวกสบายจากระบบการช่วยเหลือที่ได้มาตรฐานของเมอร์เซเดส-เบนซ์บนท้องถนนอีกด้วย

มร.มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ในกลุ่มเอสยูวี คือรถยนต์สมรรถนะทรงพลัง ที่ได้รับ การออกแบบให้ดูทันสมัย สปอร์ต และดุดัน แต่ยังคงความหรูหราของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไว้อย่างลงตัว ซึ่ง The new GLC คือผลลัพธ์ของการพัฒนารถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ไปอีกขั้น ที่มาพร้อมกับปรัชญาทางการออกแบบที่ต้องการสื่อถึง ความสวยงามและเรียบง่าย สะท้อนผ่านเส้นสายลวดลายที่โค้งมน ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถพบกับ The new GLC พร้อมด้วยยนตรกรรมอีกหลากหลายรุ่น ครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ได้อย่างใกล้ชิด ภายในงานเมอร์เซเดส-เบนซ์ Star Fest ระหว่างวันที่ 10 – 12 ตุลาคม ศกนี้ ณ Star Fest ลานพาร์ค พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งซื้อรถยนต์ภายในงาน พร้อมจัดไฟแนนซ์กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ภายใต้โปรแกรม mySTAR Special รับสิทธิพิเศษ อัตราชำระต่อเดือนต่ำเพียง 1% ของราคารถยนต์ อีกทั้งประหยัดดอกเบี้ยมากยิ่งขึ้นตลอดอายุสัญญา ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ”

ข้อมูลผลิตภัณฑ์
The new GLC คือยนตรกรรมที่มาพร้อมกระจังหน้าแบบสามมิติ มีสัญลักษณ์โลโก้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลางบนลาย 2 แถบ เสริมไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System และไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED fibre-optic เพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ ลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้าย เสริมโครงสร้าง ตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างามไปพร้อมกัน ด้านท้ายเพิ่มความแข็งแกร่งดุดันด้วยปลายท่อไอเสียตกแต่งด้วยสแตนเลส 2 ท่อ พร้อมด้วยยางรถยนต์แบบ Run-flat tyres แผ่นป้องกันใต้กันชนหน้า-หลัง ตกแต่งด้วยโครเมียม และไฟท้ายแบบ LED โดย The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ในขณะที่ The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว, ชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง), สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต, บันไดข้างแบบสปอร์ต รวมถึงหลังคาแบบพาโนรามิค เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

สำหรับ ดีไซน์ภายใน ถูกออกแบบโดยเน้นความหรูหรา ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม โดย The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD ถูกตกแต่งด้วย ลายไม้แบบ Open-pore brown ash wood พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ส่วน The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Open-pore black ash wood พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัด นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังประกอบไปด้วย ระบบวิทยุ-ซีดี MB Audio 20 ระบบแผนที่นำทาง Garmin® และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Bluetooth

โครงสร้างตัวถัง ของ The new GLC นับเป็นนวัตกรรมของโครงสร้างน้ำหนักเบาที่ผสานด้วยการใช้วัสดุแบบอะลูมิเนียมและโลหะความทนทานสูง ทำให้น้ำหนักของตัวรถเบาลงกว่ารถยนต์รุ่น The GLK-Class ถึง 50 กิโลกรัม ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานลงกว่าร้อยละ 19 และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงร้อยละ 19 เช่นกัน ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ยังได้ผ่านมาตรฐานความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณไอเสีย (Euro 6) ที่เข้มงวดอีกด้วย นอกจากนั้นมิติของตัวรถยังมีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่ารุ่นเดิม เริ่มจากความยาวที่ 4,656 มม. ยาวกว่ารุ่นเดิม 131 มม. ความกว้างที่ 1,890 มม. กว้างขึ้นถึง 50 มม. และฐานล้อที่ 2,873 มม. ยาวขึ้นกว่าเดิม 118 มม. พร้อมด้วยการขยายพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มขึ้นอีก 34 มม. ทำให้เนื้อที่สำหรับที่นั่งตอนหลังดูกว้างและเพิ่มความสะดวกในการเข้าหรือออก ห้องโดยสารมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ห้องโดยสารภายใน มาพร้อมกับการดีไซน์พื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวางทั้งยังประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย จึงตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างเหนือชั้น โดยเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าของ The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD สามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้า ส่วน The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic สามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเพิ่มระบบหน่วยความจำ โดยทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถพับได้ทั้ง 1/3: 2/3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น แผ่นปิดที่ เก็บสัมภาระท้าย ระบบเปิด-ปิดฝาท้ายอัตโนมัติ แผ่นรองกันกระแทกบริเวณที่เก็บสัมภาระท้ายรถแบบ metallic เพื่อสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในทุกรูปแบบ

ด้านเทคโนโลยี The new GLC ทั้ง 2 แบบ มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมด การขับขี่ 5 แบบ คือ Eco ที่ช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมัน, Individual ที่สามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, Sport และ Sport+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่ มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยในการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อม PARKTRONIC เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่อีกด้วย

The new GLC ทั้ง 2 แบบ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ และเกียร์อัตโนมัติ แบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600 -1,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม.

• GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD 3,790,000 Baht
• GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic 4,090,000 Baht

 

Cr.http://www.siaminside.com/2015/10/08/mercedes-benz-launched-new-glc-suv/