TATA รุกตลาดรถบรรทุกใหญ่เต็มตัว เล็งตั้งโรงงานผลิตในไทย

TATA รุกตลาดรถบรรทุกใหญ่เต็มตัว เล็งตั้งโรงงานผลิตในไทย

TATA รุกตลาดรถบรรทุกใหญ่เต็มตัว เล็งตั้งโรงงานผลิตในไทย

“ทาทา” เดินหน้ารุกตลาดรถบรรทุกใหญ่เต็มตัว เล็งลงทุนตั้งโรงงานผลิตในไทย ส่วนปีนี้ประเดิมส่งบรรทุก-หัวลาก 2 รุ่น ภายใต้แบรนด์ทาทา แดวู

นายซานเจย์ มิชรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในส่วนของ รถบรรทุก-หัวลากขนาดใหญ่ของบริษัท หลังจากบริษัทได้เปิดตัวรถบรรทุกทาทา แดวู ออกสู่ตลาดประเทศไทยถึง 2 รุ่น คือแดวู โนวัส เอสอี (Novus SE) และรถผสมปูน แดวู โนวัส มิกเซอร์ (Novus Mixer) ออกสู่ตลาด

โดยรถทั้ง 2 รุ่นในช่วงแรกเป็นการนำเข้าทำให้ต้องเสียภาษีนำเข้ารถหัวลาก 16% รถบรรทุกขนาด 6-10 ล้อ เสียภาษีในอัตรา 40% ซึ่งถือเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูงพอสมควร

บริษัทยอมรับว่ากำลังอยู่ ในขั้นตอนของการศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ที่ทาทาจะนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อประกอบ รถบรรทุก-หัวลากในประเทศในลักษณะของซีเคดี หรือขึ้นไลน์ผลิต เพื่อลดต้นทุนในการนำเข้า

โดยแผนงานดังกล่าวนั้นขณะนี้อยู่ระหว่าง การศึกษาความเป็นไปได้ เนื่องจากบริษัทเพิ่งทำตลาดรถบรรทุกอย่างเป็นทางการและเต็มรูปแบบในปีนี้ ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาดคาดว่าน่าจะได้เห็นข้อสรุปเรื่องการขึ้นไลน์ผลิตได้ ราวปี 2560

ทั้งนี้ แบรนด์ทาทา แดวู แม้จะเพิ่งเข้ามาทำตลาด แต่อนาคตบริษัทมีแผนจะส่งรถรุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงโดยเฉพาะตลาดรถบรรทุกเล็กขนาด 6 ล้อที่มีสัดส่วนยอดขายสูงเกินกว่า 50% ของตลาดรถบรรทุกในประเทศไทยที่มีอยู่ 24,000-25,000 คัน ในปี 2557 ที่ผ่านมา

ส่วนตลาดรถบรรทุกหัวลากนั้นมีความต้องการอยู่ 3,000-4,000 คัน, รถมิกเซอร์ (ผสมปูน) แบบ 6X4 นั้นความต้องการที่ 5,000-6,000 คันต่อปี ปีนี้คาดว่าความต้องการของตลาดรถบรรทุกจะเพิ่มขึ้นเป็น 27,000-30,000 คันต่อปี หรือเติบโตประมาณ 10-15%

ทาทาตั้งเป้าจะมีส่วนแบ่งในตลาดนี้สำหรับแบรนด์ทาทา แดวู 500 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 5% แบ่งเป็นในส่วนของรถหัวลาก 150-200 คัน รถบรรทุก 300 คัน และบริษัทมั่นใจว่าเมื่อเออีซีเปิดอย่างเต็มรูปแบบ ตลาดรถบรรทุกน่าจะโตเพิ่มขึ้นไปอีก 30% ภายในระยะ 2 ปีจากนี้

ยอดจำหน่ายรวมของรถยนต์ทาทาในปีงบประมาณปี 2558 (เม.ย. 58-มี.ค. 59) นี่คาดว่าจะมียอดขายที่ 2,000 คัน ลดลง ส่วนในปีงบประมาณหน้า (2559 ทาทาคาดว่าจะมียอดการจำหน่ายเพิ่มเป็น 5,000 คัน ซึ่งส่นหนึ่งเป็นผลจากการเปิดตลาดรถบรรทุกและการแนะสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด และคาดว่าสัดส่วนยอดการจำหน่ายจะเป็นรถบรรทุก 500 คัน ทาทา ซูเปอร์ เอช 1,000 คัน ทาทา ซีนอน 3,000 คัน และรถบรรทุก 6 ล้ออีกประมาณ 250 คัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์โดยรวมน่าจะอยู่ที่ 800,000-850,000 คัน

ด้าน นายเคเค คิม ประธานบริษัท ทาทา แดวู คอมเมอร์เชียล วีฮีเคิล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า การเข้ามารุกในตลาดประเทศไทยในครั้งนี้บริษัทจะใช้จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่มี อยู่ รวมไปถึงมีการยกระดับมาตรฐานโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีคุณภาพเทียบเคียงกับ ที่เกาหลี

สำหรับรถบรรทุกทาทา แดวู ที่เปิดตัวในครั้งนี้คือแดวู โนวัส เอสอี และรถผสมปูนแดวู โนวัส มิกเซอร์ ราคาเริ่มต้นที่ 3.06 ล้านบาท

โดย แดวู โนวัส เอสอี ดีไซน์ใหม่ทั้งกระจังหน้า ชุดไฟหน้า และไฟท้ายใหม่ ติดตั้งจานลากพ่วงจาก JOST อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ขับขี่ด้วยชุดถุงลมใต้เบาะคนขับลดแรงสะเทือน กระจกไฟฟ้า เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน ระบบครุยส์ซคอนโทรล ระบบเบรก ABS

แดวู โนวัส เอสอี ใช้เครื่องยนต์ DV-11 เป็นเครื่องยนต์ดีเซล แบบ 6 สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรกระบอกสูบ 10,964 ซีซี ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 16 สปีดเดินหน้า และ 2 เกียร์ถอยหลัง ให้กำลังสูงสุด 420 แรงม้า ที่ 1,800 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุด 1,834 นิวตันเมตร 1,100 รอบ/นาที

ขณะที่อีกหนึ่งรุ่น แดวู โนวัส มิกเซอร์ เป็นรถผสมปูน 10 ล้อ แบบ 6×4 ใช้เครื่องยนต์ DL08 แบบ 6 สูบ พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ ปริมาตรกระบอกสูบ 7,640 ซีซี ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเดินหน้า และ 1 เกียร์ถอยหลัง ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า ที่ 2,200 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุด 1,323 นิวตันเมตร 1,200 รอบ/นาที

ก่อนหน้านี้ บริษัทยังได้เปิดตัวศูนย์บริการ Tata Experience Center เพื่อให้บริการหลังการขายสำหรับลูกค้า

ทา ทา มอเตอร์ส โดยนำพื้นที่ของศูนย์เทคนิคย่านสำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งปกติเป็นศูนย์พัฒนาเทคนิค และซ่อมบำรุงรักษารถที่ใช้งานภายในองค์กร แต่ศูนย์ดังกล่าวนี้เปิดเป็นศูนย์บริการมาตรฐานเพียงอย่างเดียวไม่มีการ จำหน่ายรถยนต์

ภายใต้มีการออกแบบที่ทันสมัย ให้ความสะดวกสบายแก่ลูกค้า และสามารถรองรับลูกค้าได้มากถึงประมาณ 6,000 คัน/ปี โดยเริ่มต้นมีช่างเทคนิคผู้มีความชำนาญในการซ่อมแซมดูแลรักษารถยนต์ทาทา 10 คน ภายในศูนย์บริการยังมี 10 ช่องซ่อม สำหรับรถกระบะ และอีก2 ช่องซ่อมสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ พร้อมทั้งยังมีห้องรับรองลูกค้าที่ทันสมัย