ลงทุนรัฐบูมรถบรรทุก บิ๊กเนมญี่ปุ่น ยุโรปเสริมแนวรบ แบรด์จีนชูราคาตํ่า

ลงทุนรัฐบูมรถบรรทุก บิ๊กเนมญี่ปุ่น ยุโรปเสริมแนวรบ แบรด์จีนชูราคาตํ่า
ลงทุนรัฐบูมรถบรรทุก บิ๊กเนมญี่ปุ่น ยุโรปเสริมแนวรบ แบรด์จีนชูราคาตํ่า

ค่ายรถบรรทุกรายใหญ่ ฮีโน่-ยูดี-วอลโว่ทรัคส์ ชูกลยุทธ์บริการหลังการขายเหนือแบรนด์น้องใหม่จากแดนมังกร
คึกคักเกินคาดสำหรับภาพรวมตลาดรถบรรทุก – รถหัวลากในปี 2559 ที่ปิดตัวเลขการขายอยู่ที่ 28,302 คัน เติบโต 4.40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ขายได้ 27,105 คัน ส่วนแนวโน้มปีนี้ คาดว่าสถานการณ์ยังฉลุยหรือมีโอกาสขยายตัวเล็กน้อย จากอานิสงค์โครงการก่อสร้าง – เมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาลที่ยังเดินหน้าเต็มสูบ

นอกจากโครงการต่างๆที่ส่งสัญญาณทางบวก ในแง่ผู้เล่นในตลาดนี้ก็เริ่มทวีความดุเดือด เห็นได้จากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆที่กระโดดเข้ามารุกธุรกิจอย่างจริงจังตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์จากประเทศจีน อาทิ โฟตอน ที่บริษัทแม่เข้ามาลงทุนในไทยเอง, เจ เอ ซี และ ฉางอัน จากตันจง กรุ๊ป และไทยนา ที่เป็นความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีค่ายน้องใหม่จากจีนแผ่นดินใหญ่เตรียมแจ้งเกิด แถมชูกลยุทธ์ราคาขายที่ถูกกว่า 30 – 40% แต่สำหรับค่ายผู้นำทั้งจากแบรนด์ญี่ปุ่น หรือแบรนด์ยุโรป ต่างก็ไม่หวั่น โดยแต่ละค่ายมั่นใจในจุดแข็งของผลิตภัณฑ์
“แบรนด์น้องใหม่ที่มาจากจีน ถ้าเป็นกลุ่มรถบัส ถือว่าจีนมีความแข็งแกร่ง แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะรถบรรทุก เราไม่ค่อยกลัวเท่าไร เพราะเรามองว่า รถบรรทุกคือรถที่ต้องใช้งานหนัก ต้องการความคุ้มค่า และเป็นรถที่มีคุณภาพ นอกจากนั้นแล้วเรายังมีศูนย์บริการกว่า 90 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนงานที่จะขยายปีละ 2 – 3 แห่ง อีกทั้งยังมีอะไหล่ไว้รองรับอย่างทันท่วงที ตรงจุดนี้ถือเป็นจุดแข็งของเรา” อำนวย พงษ์วิจารณ์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ฮีโน่ในประเทศไทยได้เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”

แผนการเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายของฮีโน่ ที่เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ธันวาคมปีที่แล้ว คือการพัฒนาอะไหล่เพื่อนำมาเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ที่สามารถเลือกทั้งอะไหล่นำเข้าจากญี่ปุ่น และอะไหล่ทดแทนที่บริษัทได้มีการพัฒนาขึ้นมา โดยใช้ชื่อ HI-POP ที่มีจุดเด่นคือราคาถูกกว่าอะไหล่นำเข้า 50 % ประการต่อมาคือ อะไหล่รีดิวซ์ (REDUCE) ที่ลูกค้าสามารถนำอะไหล่เข้ามาซ่อมได้ นอกจากนั้นแล้วจะมีการซ่อมบำรุงโปรแกรมใหม่ๆ อาทิ ถ้ารถครบอายุการใช้งานสามารถตรวจสภาพฟรี

“แนวคิดของอะไหล่แบบรีดิวซ์คือ แทนที่ลูกค้าจะเสียเงินซื้อใหม่ก็สามารถถอดเอาของเก่าออกมาซ่อม และนำของที่เรารีดิวซ์ก่อนหน้านั้นมาใช้แทนได้ โดยราคาจะถูกกว่าอะไหล่ใหม่ 50% ซึ่งโปรแกรมนี้เราได้เริ่มตั้งแต่ธันวาคมปีที่ผ่านมา และในปีนี้จะเพิ่มรายการอะไหล่ให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม” นายอำนวย กล่าว

โดยคาดว่ายอดขายในปีนี้จะขายได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 12,700 คัน หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาด 45% เทียบเท่ากับปี 2559

ขณะที่ค่ายวอลโว่ ทรัคส์ และ ยูดี ทรัคส์ ทุ่มเม็ดเงินไปกว่า 3,000 ล้านบาทในการขยายเครือข่าย ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร 15 แห่ง

“เรามีการรับประกันตัวสินค้าและบริการ 3 ปี ทั้งเปลี่ยนถ่ายของเหลว ฟรีค่าซ่อม และเรามีการทำตลาดในรูปแบบต่างๆมีการเจาะเข้าหาดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง” นายกำลาภ ศิริกิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป(ประเทศไทย)จำกัด กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานของวอลโว่และยูดีในปีที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายรวม 2 แบรนด์ 1,191คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่ทำได้ 1,016 คัน แบ่งออกเป็นยูดี 800 คัน เติบโต56% ครองส่วนแบ่งการตลาด 4.1% และวอลโว่ มียอดขาย 391 คัน ลดลง22% ครองส่วนแบ่ง 2.3%“ตลาดรถบรรทุกในปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโต อย่างไรก็ดีมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือพืชผลทางการเกษตร ภัยธรรม ชาติ การส่งออก รวมไปถึงการเลือกตั้ง ว่าจะมีผลกับโรดแมปที่วางไว้หรือไม่”นายกำลาภ สรุป

…นอกจากตลาดรถยนต์บ้านที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดแล้ว กลุ่มรถเพื่อการพาณิชย์ทั้งแบรนด์ใหญ่และน้องใหม่จากจีนก็พร้อมสู้ไม่ถอย แม้ยอดขายไม่มากแต่กำไรต่อคันก็ไม่น้อย